2006/Mar/07

ในที่สุดก็คิดได้ว่า ไหนๆจะเปลี่ยนสไตล์แล้วก็น่าจะเปลี่ยนทั้งหมดไปเลยจะดีกว่า วันนี้เลยอยากจะเขียนอะไรเกี่ยวกับการ์ตูนเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆก่อนที่จะเปลี่ยนไปเขียนเรื่องการเมืองจริงๆจังๆ แล้วก็เปลี่ยนบล๊อค แล้วก็ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านเสมอมา ขอบคุณครับ
ส่วนบล๊อคที่ผมคงแอดลิงค์แน่ๆ ก็มี เยี่ยมคุง คนนี้แน่นอนคนแรก ส่วนที่เหลือก็คงไล่ๆไปนั้นแหละครับอยากแอดใครแอด เอาละเริ่มเรื่องเราดีกว่า
ในการเขียนครั้งนี้ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายก็อยากจะทิ้งทวนอะไรไว้ให้กับคนการ์ตูนทั้งหลายทั้งปวง แต่คงจะเน้นที่คอสเพลย์เสียมากกว่า
สำหรับคอสเพลย์ ผมเองเป็นคนที่มาจากทางคอสเพลย์โดยตรง นับจากวันที่คอสจนถึงวันนี้ก็มีอายุครบ3ปีบริบูรณ์ ผมได้เห็นงานต่างๆมากมาย รวมถึงงานที่ผมได้จัดขึ้นเองด้วย สิ่งที่มักจะพบประจำๆคือ ทรัพยสินหาย ซึ่งเท่าที่ผมทำการสอบสวนเจ้าทุกข์ ก็มักจะปรากฎว่า ผู้คอสเพลย์มักจะประมาทโดยวางทรัพย์สิน อันปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งควรจะใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม ดังนี้จะเห็นได้ว่า พฤติกรรมของเด็กคอสนั้นมักจะมีปัญหาเรื่องการวางของทิ้งไว้ แทนที่จะนำติดตัวไปด้วย สำหรับงานคอสเพลย์ที่แท้จริงนั้น ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเรื่องนี้เท่าไรนัก ที่น่าห่วงคืองานที่เป็นงานผสม โดยเฉพาะงานอันมีการประกวดชิงรางวัล สำหรับน่าห่วงเรื่องใดผมจะนำไปพูดในส่วนของผู้จัดงานซึ่งควรจะมีหน้าที่โดยตรง เรื่องเล่านี้จะไม่เกิดหากผู้คอสใช้ความระมัดระวังตามสมควร และสิ่งที่สำคัญคือความสามัคคีอย่าถือว่าไม่ใช้เรื่องข้า ข้าไม่เกี่ยว
ต่อมา ผมเชื่อว่าผู้คอสทั้งหลายมีทั้งที่ใจรัก,ชิงรางวัลและเพื่อสร้างชื่อเสียง แม้ว่าท่านจะมาแต่งคอสเพลย์ด้วยเหตุอันใดก็ตาม แต่เมื่อใดที่ท่านตระเตรียมการ ตัดสินใจ เพื่อจะเป็นผู้คอสแล้ว ท่านย่อมถือเป็นผู้คอสในสายตาของผู้อื่น การกระทำอันใดซึ่งเป็นการไม่สมควร ผมเชื่อว่าผู้คอสย่อมสามารถรู้ได้เอง หากผู้คอสกระทำการอันใดซึ่งเป็นการไม่สมควรแล้ว ผู้ที่เดือดร้อนหาใช่ท่านซึ่งเป็นผู้กระทำไม่ แต่ผู้ที่เดือดร้อนจากการกระทำของท่านก็คือเหล่าผู้คอสซึ่งมากโดยใจรัก
สิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้กับผู้คอสก็คือว่า ในอดีตนั้นเมื่อมีงานอันมีผลตอบแทนในลักษณะกำไร ก็จะมีเสียงคัดค้าน ต่อต้าน แต่ในปัจจุบันนี้เมื่อสังคมกว้างขึ้น การขยายตัวของคอสเพลย์มีมากขึ้น ทุกคนรู้จักคอสเพลย์มากขึ้น จึงมีงานอันมีผลตอบแทนในลักษณะกำไร ในปัจจุบันอีกรูปแบบหนึ่ง สิ่งที่ต่างออกไปคือ การที่ผู้ประกอบการนั้นเป็นที่รู้จักกับผู้คอส จึงทำให้กระแสต่อต้าน คัดค้านหายไป จึงอยากจะฝากว่าอย่าให้ความรู้จักนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความชอบธรรมของผู้ประกอบการ
สำหรับผู้จัด ผู้จัดในปัจจุบันนี้มีทั้งแบบ หน่วยงานกลางหรือหน่วยที่จัดตั้งกันเอง และเป็นผู้ประกอบการ
จะขอเริ่มที่หน่วยงานกลางก่อน สำหรับหน่วยงานกลางนั้นมี2ประเภท โดยประเภทแรกจัดงานในลักษณะเป็นการเช่าพึ้นที่จากโรงเรือนและแบ่งพื้นที่เช่าออกเป็นหลายๆเขตและให้ผู้อื่นเช่าช่วงต่อเพื่อทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ซึ่งได้แบ่งเพื่อการเช่าช่วงนั้น เรียกงานลักษณะนี้ว่า งานคอมมิคมาร์เก็ต หรืองานโดจิน
และหน่วยงานกลางอีกประเภทจัดงานในลักษณะเป็นการเช่าพื้นที่จากสาธารณะสถานโดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นโรงเรือนหรือไม่ และผู้เช่าจัดให้มีมหรสพขึ้นในพื้นที่ซึ่งได้ทำประโยชน์ จากการเช่า เรียกงานลักษณะนี้ว่า งานคอสเพลย์
นี่คือหน่วยงานกลาง2ประเภท ซึ่งการตั้งขึ้นของหน่วยงานกลางนั้น เกิดจากปัจจัยหลายประการซึ่งไม่ขอกล่าวไว้ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ หน่วยงานกลางนั้นตั้งขึ้นเพื่อจัดงานในลักษณะที่ไม่แสวงหาผลกำไร และเป็นการรวมกลุ่มของบุคคลตามคณะต่างๆเช่นสายการ์ตูนทำมือ และ สายแต่งกายตัวการ์ตูน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนในระดับชั้นอุดมศึกษา
สำหรับงานทั้ง2ประเภทนั้นสิ่งที่เหมือนกันคือ
งบประมาณมาจากผู้ชมงาน และ ผู้สนับสนุน
มีการประชาสัมพันธ์
ผลตอบแทน
แต่สิ่งที่ต่างออกไปดังที่ได้กล่าวไว้แล้วคือ รูปแบบงาน ลักษณะสถานที่จัดงาน กลุ่มเป้าหมาย
รูปแบบงานสำหรับงานโดจินนั้น ก็จะมีลักษณะเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ก็ตาม เพราะงานโดจินหลักๆคือการซื้อขาย คอสเพลย์เป็นส่วนประกอบ
รูปแบบงานสำหรับงานคอสเพลย์ เปลี่ยนแปลงตามกิจกรรมของผู้จัดงาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ ผู้คอสได้มีมุมใหม่ๆในการถ่ายรูป เพราะงานคอสเพลย์หลักๆคือการรวมตัวของคอสเพลย์ อาจจะไม่มีการซื้อขายภายในงานก็ได้
แต่อย่างไรก็ตามแม้งานคอสเพลย์จะเปลี่ยนแปลงตามกิจกรรมของผู้จัด เมื่อมีการจัดกิจกรรมเดิมหลายๆครั้งเข้า ก็จะเป็นเหมือนงานโดจินโดยกล่าวคือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ลักษณะสถานที่จัดงานของงานโดจิน ต้องเป็นที่ในร่มเท่านั้น และมักจะเป็นห้องแอร์เสียส่วนมาก ไม่เคยมีประวัติการจัดงานกลางแจ้ง และพัดลม
ลักษณะสถานที่จัดงานของงานคอสเพลย์ สามารถจัดในรูปแบบใดก็ได้ ไม่จำกัด หากจัดกลางแจ้ง มักจะมีปัญหาเรื่องของสภาพอากาศ
กลุ่มเป้าหมายงานโดจิน เป็นกลุ่มผู้เขียนและผู้สะสมผลงานทำมือ
กลุ่มเป้าหมายงานคอสเพลย์ เป็นช่างภาพและผู้คอสโดย
สำหรับค่าเข้างานนั้นปัจจุบันนี้คงมีน้อยที่จะสามารถเข้างานได้ฟรี จนค่าเข้างานตอนนี้เป็นธรรมเนียมปฎิบัติไปเสียแล้ว
สำหรับค่าเข้างานนั้นผมจะมีข้อสังเกตุบางอย่าง ไม่ว่าจะงานของผู้ใดก็แล้วแต่ คงจะมีวิธีคิดที่คล้ายๆกัน ส่วนเรื่องที่จะบอกว่าแพงหรือไม่นั้น คงต้องคำนวนจาก รายจ่ายนั้นแหละครับ ซึ่งจะเป็นปัจจัยการกำหนดค่าเข้างาน ส่วนค่าเข้างานจะเหมาะสมกับงานนั้นๆหรือไม่ ผู้ชมงานเป็นผู้ตัดสินครับ เพราะถ้าหากว่าให้ผู้จัดตัดสินว่าเหมาะหรือไม่ ก็คงบอกได้ว่า ไม่ว่าจะกำหนดมาเท่าไร ก็คงเหมาะสมหมดละครับ เพราะว่านั้นคือรายได้ของคุณ แต่อยากจะฝากไว้เสียหน่อย งานทั้ง2ประเภทนั้น ถ้าหากมีค่าธรรมเนียมเข้างานแล้วละก็ อยากให้คิดถึงอะไรบางอย่างหน่อยครับ เพราะว่าฐานะแต่ละคนคงไม่ได้รวยเหมือนกันทุกๆคน เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นหน่วยงานกลาง อยากให้คิดถึงปัจจัยตรงส่วนนี้บ้าง ยังไงหน่วยงานกลางก็เป็นการจัดตั้งโดยไม่แสวงหากำไรไม่ใช่เหรอครับ ปัจจัยที่อยากให้คิดถึงในการกำหนดราคาค่าเข้างานคือ ค่าครองชีพ รายได้โดยเฉลี่ยของผู้ที่เข้าชมงาน
มาในส่วนของผู้จัดงานแบบผู้ประกอบการ ในที่นี้หมายถึง ห้างร้าน บริษัท ฯลฯ ซึ่งจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม ลักษณะงานของที่ผู้ประกอบการจัดข้าพเจ้าจะแบ่งออกดังนี้คือ
ผู้ประกอบการในลักษณะของ ผู้ให้บริการเกมส์ออนไลน์ ลักษณะการจัดงานคือ ไม่ใช่งานโดจินและงานคอสเพลย์ แต่จะเป็นลักษณะเฉพาะ โดยเป็นการจัดงานเพื่อประชาสัมพันธ์เกมส์ออนไลน์ของผู้ประกอบการซึ่งให้บริการ
ผู้ประกอบการในลักษณะของ ค่ายการ์ตูนๆ ลักษณะการจัดงานส่วนใหญ่คือ งานผสม โดยบางงานจะเน้นไปที่โดจินโดยเฉพาะ และบางงานจะไม่เน้นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง คืองานที่ไม่เห็นด้านใดเด่นโดยเฉพาะและงานที่เน้นด้านคอสเพลย์ ผสมกับการประชาสัมพันธ์ของค่ายนั้นๆ
สำหรับผู้ประกอบการนั้นผมคงจะพูดแบบรวมๆไปเลยคือ การรองรับ และการรับรอง คนทุกกลุ่ม
สำหรับผู้ให้บริการเกมส์ออนไลน์นั้น ลักษณะการจัดงานก็คือเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่แล้วโดยบางงานนั้นก็มิได้มีกิจกรรมเกี่ยวกับคอสเพลย์ แต่เพื่อตอบสนองความต้องการจึงได้จัดให้มีกิจกรรมคอสเพลย์ขึ้น ซึ่งสำหรับกลุ่มโดจินจะขอข้ามไปเนื่องจากว่ามิใช่กลุ่มเป้าหมายของผู้ให้บริการเกมส์ออนไลน์ ดังนั้นเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของการรับรองผู้คอสเสียมากกว่า
งานประชาสัมพันธ์เกมส์บางเกมส์นั้น มีการรับรองผู้คอสที่มาในงานของเขาด้วยซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากซึ่งตรงนี้ผมอยากให้เกิดกับทุกๆงานไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้จัดก็ตาม ยิ่งหากเป็นผู้ประกอบการแล้วเป็นเรื่องที่สมควรปันงบประมาณในการจัดงานมาในส่วนของการรับรองผู้คอสด้วย ผู้คอสเป็น1ในการดึงดูดผู้ชมงานทั่วไปดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบจะทำเพื่อเป็นการขอบคุณในฐานะของผู้สนับสนุน คงไม่มีสิ่งใดดีไปกว่าการอำนวยความสะดวกต่างๆให้แก่ผู้คอสตามสมควรแก่กรณี เช่นการมีจุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น จุดบริการน้ำดื่ม เป็นต้น หากสามารถทำได้เช่นนี้ตลอดไปก็งานของท่านจะเป็นที่ชื่นชมของผู้คอสและผู้ชมงานทั่วไป
ส่วนงานค่ายการ์ตูนนั้น ก็จะมีเรื่องของการรองรับ ปัญหาเกี่ยวกับการจองบูธ ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าทำไมจึงมีหลักเกณฑ์ว่า จำเป็นจะต้องผ่านการเปิดบูธมาก่อน ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักการสนับสนุนนักเขียนหน้าใหม่
ในประการต่อมา พื้นที่มีไม่เพียงพอกับความต้องการ เรื่องนี้มักจะเป็นปัญหากับงานเล็กเสียส่วนมาก ปัญหานี้ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากการจองพื้นที่อันเกินความต้องการของบางกลุ่มรวมไปถึงการฮั้วกันซึ่งสำหรับกรณีแรกนั้นจะไม่ค่อยมีปัญหามากเท่าใดเนื่องจากว่า ข้อกำหนดในการขอพื้นที่นั้น จะมีลักษณะคิวคือผู้ที่มาก่อนมีสิทธิดีกว่า แต่ถ้าหากเป็นไปได้อยากจะขอความร่วมมือกับผู้จัดว่า ให้มีการจองพื้นที่ได้เพียงแค่1พื้นที่เท่านั้น และมีข้อกำหนดว่า หากมีพื้นที่เหลือผู้ใดต้องการพื้นที่เพิ่มก็ให้แจ้งความจำนงเป็นรายๆไปโดยถือหลักผู้ที่มาก่อนมีสิทธิดีกว่า จริงอยู่ว่างานโดจินในปัจจุบันนี้มีเยอะกว่างานคอสเพลย์ ซึ่งสามารถที่จะรองรับความต้องการของผู้เขียนได้อย่างไม่มีขีดจำกัด อย่างไรก็ตามในแต่ละงานก็จะมีกลุ่มเป้าหมายและข้อกำหนดแตกต่างกันตามแต่ผู้จัดเช่น งาน1อาจจะไม่กำหนด การวางขาย งาน2อาจจะกำหนดว่าสามารถวางได้ไม่เกินกี่ปก ซึ่งอยู่ที่ความต้องการเผยแพร่ผลงาน ต่อกลุ่มเป้าหมาย โดยเป็นไปตามหลัก ทรัพยากรมีอย่างจำกัดแต่งความต้องการของมนุษย์มีอย่างไม่จำกัด
สำหรับประเด็นการฮั้วกันนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอิทธิพล หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ สำหรับการฮั้วนั้นจะมีวิธีการดังนี้คือ งานนั้นๆมีข้อกำหนดว่า1ชื่อกลุ่มสามารถจองได้เพียงแค่1พื้นที่ และอาศัยช่องว่างตรงนี้คือ โดย1กลุ่มจะแบ่งเป็น2กลุ่มย่อย ต่างชื่อกัน เข้าจองพื้นที่ เมื่อเป็นดังนี้จะสามารถจองได้2พื้นที่ ต่อมาเมื่อมีการจัดพื้นที่ขาย ก็จะอยู่รวมกันและเปิดเป็นพื้นที่เพียงชื่อเดียว ตรงนี้คงเป็นเรื่องของการตรวจสอบของทางผู้จัดเอง ว่ามีความละเอียดรอบคอบเพียงใด รวมถึงความเกรงใจต่อผู้จองด้วยว่าควรจะเด็ดขาดหรือปล่อยตามเลย
เกี่ยวกับการรับรอง ของกลุ่มโดจินซึ่งมักจะเกิดปัญหาอยู่บ่อยๆ เนื่องจากว่าการที่มีข้อกำหนดหรือระเบียบที่ไม่ชัดเจน ผมเคยได้เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหานี้อยู่ครั้งหนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ของสินค้า ซึ่งมีข้อต้องวินิจฉัยว่า สินค้าดังกล่าวนั้น เป็นสินค้าอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ซึ่งผมเองเป็นเพียงผุ้ใดคำปรึกษาคงจะบอกได้เพียงว่า ละเมิดหรือไม่เท่านั้น ไม่มีอำนาจที่จะไปกำหนดว่าอันนี้ไม่ละเมิดวางขายได้ แต่ผู้ที่มีอำนาจก็คือผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ในงานนั้นๆ และในแต่ละงานนั้นก็จะต้องมีการตรวจงานเพื่อรับรองว่าสามารถขายได้ ก่อนขายเสมอ เมื่องานผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นเหตุใดจึงไม่สามารถจะวางเพื่อทำการขายได้ และถ้าหากว่ามีการตรวจงานเพียงก่อนเริ่มงานนั้นยังพอน่าให้อภัย แต่กรณีที่ยกมานั้นถ้าหากมีการตรวจงานเบื้องต้นโดยมีระยะเวลา พอสมควร เช่น อาจจะเกินกว่า1สัปดาห์ ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยแก่ผู้จัด เพราะได้ถือว่ามีระยะเวลาอันพอแก่การตรวจสอบแล้วซึ่งสามารถทำการตรวจสอบให้ละเอียดได้
ในส่วนของคอสเพลย์นั้น ในเรื่องการรองรับคงไม่ค่อยมีปัญหามากนัก จะมีปัญหาเรื่องการรับรองมากกว่า ผมจึงอยากเสนอให้ลองไปดูตามงานประชาสัมพันธ์เกมส์หลายงานว่ามีแนวทางปฏิบัติอย่างไร ซึ่งอยากเสนอว่าควรจะเป็นหน้าที่เสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรูปแบบใดก็ตาม
ในส่วนของผู้เขียนโดจิน ผมคงไม่เขียนแล้วกัน เพราะว่าคงมีคนพูดไว้เยอะพอสมควรแล้ว
จริงๆยังมีอีกที่อยากจะเขียนอีก เช่นสถานที่จัดงานที่ดีเป็นอย่างไรแนวความคิดเกี่ยวกับฐานเสียง เป็นต้น
แต่ในเมื่อมีคนถามก็จะตอบ
ปุจฉาทำไมต้องเป็นตึกฐานฯ?
วิสัชนา ข้าพเจ้าหาทราบได้ไม่ แต่หากถามว่าจำเป็นไหมที่งานการ์ตูนจะต้องจัดตึกฐานฯ ข้าพเจ้าคงตอบได้เพียงว่า ไม่มีความจำเป็นจะต้องจัดที่ตึกฐานฯเสมอไปที่อื่นก็สามารถเป็นที่จัดงานการ์ตูนได้เช่นกัน
สุดท้ายนี้คิดว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามถ้าได้เกี่ยวข้องกับการ์ตูน คุณก็คือโอตาคุ หรือคนการ์ตูน ตามแต่จะเรียกคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ์ตูนไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยอ้อมคุณมีส่วนผลักดันพัฒนาการ์ตูนให้เป็นไปในทางที่ควรจะเป็นได้
และสวัสดีครับ

2006/Mar/01

น้าชวน ที่ผมจะพูดถึงก็คือ ครับเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก คุณชวน หลีกภัยอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้ฉายาว่า ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
ประวัติน้าชวน เกิดวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2481 เป็นคนจังหวัด ตรัง
สำเร็จการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เนติบัณฑิตไทย สมัยที่17
เมื่อสมัยที่น้าชวนจบ นิติศาสตร์แล้ว ในระหว่างช่วงศึกษาระดับเนติบัณฑิตไทย ก็ได้เป็นทนายความชั้น2 ลับฝีปากจนกระทั่งสอบได้เป็นเนติบัณฑิตไทย ก็ได้ไปว่าความที่ชลบุรี เป็นเวลา2ปี ก่อนที่จะลงสู่สนามการเมือง และได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. ในปีพ.ศ.2512 สมัยแรก ตลอดเวลาที่น้าชวนได้ทำหน้าที่เป็นส.ส.ซีกฝ่ายค้าน ฝีปากน้าชวนก็เป็นที่ประจักษ์กับบรรดา ส.ส. ทั้งหลาย ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ถูกน้าชวนใช้ใบมีดโกนของแกกรีด มักจะอยู่ในตำแหน่งไม่ค่อยยืดเท่าใดนักจนได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าของพรรคประชาธิปัตย์ ในปี พ.ศ.2534และได้สละไม้ต่อให้กับ นายบรรญัติ บรรทัดฐาน เมื่อปี2546
คำพูดติดปากระหว่างที่เป็นนายกรัฐมนตรี "เรื่องนี้ผมยังไม่ได้รับรายงาน"
ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์
เมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ได้ถูกนักข่าวมองว่า ฝีปากเหมือนคุณชวน หลีกภัย นั้นคงเป็นเพราะ คุณอภิสิทธิ์ คงได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธมาอย่างครบถ้วน จนได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เมื่ออายุ41ปี ซึ่งน้อยที่สุด
แม้จริงๆก็อยากลองพูดสำนวนเหมือนน้าชวนเหมือนกันนะเนี่ย เอาซะหน่อยละกันนะ
เห็นที่มีคนมาบ่นว่า มินิบัสขึ้นค่ารถ1 บาทนั้น เข้าใจว่าคนที่มาบ่นนั้นคงไม่ได้ติดตามข่าวว่าขสมก.ได้อนุมัติให้รถร่วมบริการขึ้นค่ารถอีก1บาท นั้นหมายความว่า หากมินิบัสจะขึ้นค่ารถเพียง 50สตางค์ก็ย่อมทำได้เช่นกัน ไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด และการที่คนบ่นนั้นมาบอกว่า การเก็บค่ารถเกิน 2 บาท บอกว่าใจแคบอยากทราบว่า ถ้าเกิน2บาทเรียกใจแคบ เกิน50สตางค์จะเรียกว่าอะไร

2006/Feb/26

วันนี้ผมจะเริ่มต้นกับบล๊อคใหม่ที่ เป็นเรื่องการเมืองล้วนๆเลย เพื่อเป็นการเริ่มชีวิตใหม่ หลังจากที่ผมเลิกเขียนไป ตอนแรกก็ว่าจะเปิดบล๊อคใหม่ไปเลยแต่ว่า ไม่มีเมลสำรอง ก็เลยใช้บล๊อคเก่าอันนี้แหละ เปลี่ยนทุกอย่างให้หมด ยกเว้นแต่ลิงค์ ที่เก็บไว้ อาจจะมีลบบ้าง
เอาละ วันนี้ขอสั้นๆแล้วกัน
คงจำกันได้นะครับ ว่า นายกทักษิณ เคยพูดอะไรเอาไว้ ว่าถ้าจะยุบสภา รอชาติหน้าตอนบ่ายๆ
แต่ชาติหน้า มันมาถึงแล้ว เมื่อวันที่24 กุมภาพันธ์ 49 ยังอยู่ไม่ครบ1ปีเลยนะ ท้ากษิณ (ออกไป)


Dhaos[NT]
View full profile